Make your own free website on Tripod.com

    การจัดงานศพ

            เมื่อมีคนในบ้านเสียชีวิตลง วงศ์ญาติก็พากันมาอาบน้ำศพแล้วจึงช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ให้ เสื้อฮีที่สวมคนตายไม่เอาลายออกแตะเฉพาะที่วางปิดโรง (เอาลายออก) ส่วนญาติผีเรือนเดียวกันกับผู้ตายมาเยี่ยมต้องสวมเสื้อฮี (ไม่เอาลายออก)ทุกคน แล้วบรรจุโลงอาจเก็บค้างคืนไว้ก็มี เพื่อรอญาติผู้ตายที่อยู่ไกลมาร่วมพิธีไม่ทัน มีญาติที่มาเยี่ยมมาร้องไห้ (คล้ายเป็นพิธีแบบประเพณีจีน) คือร้องไห้เคียงศพ เป็นการรำพึงรำพันถึงผู้ตายต่างๆ นานา การร้องไห้แบบนี้ในหนังสืออนุสรณ์ อ.ส.ท. ฉบับประจำเดือนกันยายน ๒๕๐๕ ให้ความเห็นดังนี้ "การร้องไห้แบบนี้เห็นท่าจะเข้าตำราจิตวิทยาของ พ.ท.ปิ่นมุทุกันท์ ที่ว่าเป็นการร้องไห้ตัดหน้า มิให้ผู้เป็นเจ้าภาพร้องไห้โอดครวญกันมากคล้ายมีคนอื่นมาร้องไห้แทนเสียแล้ว บางคราวคนอื่นมาช่วยร้องกลิ้งเกลือกกันเกินไป พวกเจ้าภาพแท้ๆ กลับต้องคอยห้ามปลอบโยนเสียอีก เพราะเกรงว่าจะเกิดการตายรายใหม่ขึ้น" แต่สันนิษฐานว่าอาจร้องไห้เพื่อเป็นเกียรติแก้ผู้ตายว่าเป็นคนดีมีผู้เสียดายมากอย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งร้องไห้เพื่อเป็นพยานให้เทวดาทราบว่า ผู้รายนี้เป็นคนดี มีเกียรติมากในเมืองมนุษย์ จึงขอรับไปอยู่สวรรค์ด้วยอย่าแคลงใจเลย เพราะในขณะต่อมาจะมาหมอพิธี (ซึ่งหาหรือจ้างมา) ทำพิธีเป็นล่ามขับ ความว่า "ผู้ตายเป็นคนดีมาก จึงขอส่งวิญญาณไปอยู่สวรรค์แต่ก่อนไปสวรรค์ขอวิญญาณจงเดินทางผ่านไปเมืองเวียงจันทร์ เพื่อพบบ้านเก่าเมืองเดิมของเราแล้วจึงคอยผ่านเข้าสู่เมืองสวรรค์" หลังจากนั้นญาติก็พากันหามศพเครื่องนอนและเครื่องใช้ สำหรับผู้ตายไปสู่ป่าแฮ่ว (ป่าช้า) เดินไปนั้นยังมีผู้ร้องไห้ติดตามไปอีก สามี - ภรรยา และลูกผู้ตายต้องสวมเสื้อต๊ก (เสื้อทุกข์ คือเสื้อขาวเย็บชั่วคราวไม่มีแขน) ใช้ผ้าสี่เหลี่ยมคาดหัวลูกชายคนใด (มักเป็นคนต้น) ต้องโกนผม ๑ คน เมื่อถึงป่าแฮ่วแล้วก็ดำเนินการไปตามคำแนะนำหมอผี เช่น เผาศพ (เดิมไม่มีพิธีสงฆ์ปัจจุบันมีบ้างและเดิมนิยมเผาสด - ปัจจุบันมีฝังศพบ้าง) เมื่อจุดศพไหม้หมดแล้วกลับมารับประทานอาหารกันเมื่อวันรุ้งขึ้นจึงไปเก็บกระดูกใส่ไห อาจเอาสตางค์ใส่ให้บ้าง แล้วปิดฝาไหฝังไว้ ณ เชิงตะกอน ปลูกบ้านจำลองหลังเล็กๆ รวมมีเสา "กอกาว" (เสาใหญ่) ซึ่งขณะนั้นหมอผีจะกลับมาบ้านมาบอกทางที่จะไปเวียงจันทร์ เมืองแถง (แถน) และไปสวรรค์ในห้องคนตาย แล้วเอารูปนก (หงส์) กลับไปปักไว้บนเสา กอกาวมีธง (แฮ้ว) ใหญ่ปักไว้สำหรับชายสูงอายุ ส่วนหญิงนั้นใช้ธงเล็กปักเป็นพุ่มๆ ทำหอแก้วหอคำ (เรื่องนกเข้าใจว่าเพื่อให้เป็นพาหนะขี่ไปเมืองเดิมและสู่สวรรค์) การตกแต่งมากน้อยต่างกันนั้นคงจะหวังเป็นเกียรติแก่ผู้ตายว่าเป็นคนดี การทำบ้านให้อยู่นี้เพราะเชื่อกันว่าผู้ตายจะได้อยู่อาศัย เมื่อขณะยังไม่ได้ขึ้นสวรรค์ เมื่อเสร็จแล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เป็นอันเสร็จพิธีการจัดงานศพต่อมา ๑๕ วันหรือมากกว่านั้นไม่เกิน ๓ เดือนก็มีการเชิญผีขึ้นเรือนหมอผีเข้ามาทำพิธีที่ "กะล่อห่อง" (เสา มุมห้องในเรือน) ที่สมมุติว่า เป็นที่ผีอยู่ ญาติทำทีออกไปเรียกชื่อคนตายนอกบ้านให้มาอยู่บนเรือน มีแขกมารับประทานอาหารร่วมกันมาก ต่อๆ มาทุกๆ ๕ วัน (สำหรับผีต้าว) ทุก ๑๐ วัน (สำหรับผีน้อย) ต้องรีบไปเซ่นที่กะล้อห่องเสมอไป ค่าจ้างหมอผีทราบว่ามีไก่ต้ม ๑  ตัว เงิน ๑ บาท เป็นต้น

HOME

ความเป็นมาของกลุ่มชนชาวไทดำ วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของไทดำ วัฒนธรรม - ประเพณีของชาวไทดำ